Investor Relations

คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน

ภาพรวมของผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

บริษัทและบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจแยกเป็นสายผลิตภัณฑ์หลักได้ 2 ประเภท คือ ธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และระบบสาธารณูปโภค(ผลิตกระแสไฟฟ้าและน้ำใช้เพื่ออุตสาหกรรม)

บริษัทฯดาเนินธุรกิจในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทเขต/สวนอุตสาหกรรมจำนวน 6 แห่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดระยอง(อำเภอบ้านค่ายและปลวกแดง), จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดชลบุรี คือที่บ่อวินและแหลมฉบัง ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจด้านทำเลที่ตั้ง และการคมนาคมที่สะดวกและรวดเร็ว โดยในด้านการตลาด บริษัทได้ร่วมมือกับ Nippon Steel & Sumikin Bussan Corporation ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเข้ามาทา การตลาดให้นอกจากนี้บริษัทยังเสริมด้านการตลาด โดยการจัดตั้งทีมงานของบริษัทที่เป็นคนไทยและคนต่างประเทศ เช่น คนจีน เพื่อคอยดูแลนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทั้งในด้านก่อนการขายและบริการหลังการขาย

ในแง่การรับรู้รายได้ตามงบการเงินจะรับรู้รายได้ต่อเมื่อมีการโอนความเสี่ยงไปให้กับลูกค้า ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยได้ทา การโอนกรรมสิทธ์ิในที่ดินให้กับลูกค้าที่ซื้อที่ดินในโครงการที่อยุธยา,ระยอง, ปราจีนบุรีและชลบุรีทั้งโครงการแหลมฉบัง และบ่อวิน รวมเป็นจา นวน 405 ไร่

บริษัทย่อย (บริษัท โรจนะ เพาเวอร์ จำกัด) ดำเนินธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะจังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตรวม 390 เมกะวัตต์ ซึ่งขายให้กับ กฟผ. 180 เมกะวัตต์(ในรูปแบบสัญญา SPPFirm จำนวน 2 สัญญา) ส่วนที่เหลือขายให้กับโรงงานเอกชนที่ตั้งอยู่ภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ทั้งนี้ยังไม่นับรวมกำลังการผลิตของโรงงานโครงการ 3 ที่กำลังก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 อีก 108 เมกะวัตต์)

บริษัทย่อย (บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า พลังงานความร้อน ระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังการผลิตรวม 24 เมกะวัตต์(3 ฟาร์ม ฟาร์มละ 8 เมกะวัตต์) ซึ่งปัจจุบันดำเนินการเต็มกำลังการผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับซื้อทั้งหมดภายใต้สัญญา VSPP

ในปลายปี 2557 บริษัท ได้ทำการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) จากเดิมสัดส่วนการถือเท่ากับร้อยละ 26.07 เป็นร้อยละ 43.45 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของไทคอน โดยการเข้าไปซื้อและใช้สิทธิ TICON-T2, วิธี WHITEWASH และซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และต้นปี 2558 ทางสภาวิชาชีพบัญชีได้ปรับปรุงมาตรฐานการรายงานทางการเงินใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชี บริษัทจึงต้อง 92 ROJANA ANNUAL REPORT 2016 ROJANA ANNUAL REPORT 2016 93 เปลี่ยนแปลงการจัดประเภทเงินลงทุนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย และ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท TICON มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,099.1 ล้านบาท เป็น 1,834.1 ลา้ นบาท โดยการออกหุ้นสามัญจำนวน 735.0 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทเป็นจำนวนเงิน 735 .0 ล้านบาท และอนุมัติเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด(“FPHT”) โดยเป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 18 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 13,230.0 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัท TICON หลังการเพิ่มทุน มีผลทำให้ภายหลังการเพิ่มทุนสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลงจากร้อยละ 43.55 เป็นร้อยละ 26.10 บริษัทฯได้ทาการประเมินเรื่องการควบคุมบริษัท TICON และสรุปว่าบริษัทฯ สูญเสียการควบคุมในบริษัท TICON และจะปรับเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัท TICON จากเงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์จะมีผลให้บริษัทฯ หมดอำนาจควบคุมในบริษัท TICON และไม่นำงบการเงินของบริษัท TICON มาจัดทำงบการเงินรวม และเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 บริษัท FPHT ได้ชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับ TICON แล้ว โดยบริษัท TICON ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชาระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560

ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 5 (ปรับปรุง 2558) เรื่องสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายและการดำเนินงานที่ยกเลิก บริษัทฯแสดงสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของที่เกี่ยวข้องกับบริษัท TICON เป็นรายการแยกต่างหาก ภายใต้หัวข้อ “สินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย” “หนี้สินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย” และ “จำนวนที่รับรู้ในส่วนของเจ้าของที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย” ในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และแยกแสดงผลการดำเนินงานของ TICON เป็น “กำไรสาหรับปีจากการดำเนินงานที่ยกเลิก” ในส่วนของกำไรขาดทุนรวม

ผลการดำเนินงาน

รายได้

ในช่วงปี 2557-2559 โครงสร้างรายได้หลักของบริษัทและบริษัทย่อยคือ รายได้จากการขายที่ดิน, รายได้จากการขาย(ธุรกิจผลิตไฟฟ้า) และรายได้จากการขายที่ดินและอาคารโรงงาน

เพื่อให้ง่ายในการพิจารณาโครงสร้างรายได้หลักของบริษัทและบริษัทย่อย โดยดูได้จากรายละเอียดการขายในช่วงปี 2557-2559 ดังนี้

รายได้หลัก 2559 2558 2557
ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท %
ขายที่ดิน 1,266.31 12.90 2,215.11 18.63 2,635.92 20.16
ขายไฟฟ้า 7,879.76 80.28 9,177.36 77.18 8,532.97 65.26
กำไรจากการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทเงินลงทุน - - - - 1,361.33 10.41
อื่น 668.72 6.81 497.79 4.19 545.08 4.17
รวม 9,814.79 100.00 11,890.26 100.00 13,075.30 100.00
  1. รายได้จากการขายที่ดิน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา การโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้กับลูกค้าของปี 2559 จะมีปริมาณ น้อยกว่าปี 2558 และ ปี 2557 อันเนื่องมาจากในปี ก่อน ๆ มีลูกค้าเข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินในโครงการใหม่ ซึ่ง จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงการมากกว่า 1 ปี ซึ่งในปี 2557 – 2558 บริษัทและบริษัทย่อยได้ทำการ พัฒนาแล้วเสร็จ และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้กับลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้รายได้ขายที่ดิน ในปี 2557 - 2558 มากกว่าปี 2559 ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยและโลกยังอยู่ในช่วงชะลอตัว
  2. รายได้จากการขายไฟฟ้า เป็นรายได้มาจากของบริษัท โรจนะ เพาเวอร์ จำกัด และบริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด รายได้ในปี 2559 ลดลงจาก 2 ปี ก่อน เป็นอันมาจากบริษัท โรจนะ เพาเวอร์ จำกัด ย้ายเครื่องจักร บางส่วนไปติดตั้งในไลน์การผลิตในโครงการ SPP3 ซึ่งจะเริ่มผลิตและขายไฟฟ้าได้ตั้งแต่กลางปี 2560
  3. กำไรจากการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทเงินทุน การรับรู้รายได้ในส่วนนี้ มีเฉพาะในปี 2557 จำนวน 1,361.33 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯได้เข้าไปลงทุนเพิ่มในไทคอน ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมจนทำให้สถานะการจัดประเภทเงินลงทุน เปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย และมีกำไรเกิดขึ้น
  4. รายได้อื่น ประกอบด้วยรายได้ที่มีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของรายได้รวม รายละเอียดดัง
    2559
    (ล้านบาท)
    2558
    (ล้านบาท)
    2557
    (ล้านบาท)
    รายได้ค่าบริการ 581.74 457.43 386.00
    รายได้ค่าเช่า 32.39 33.84 35.39
    รายได้อื่น 54.59 6.52 21.49
    รายได้เงินชดเชยประกันภัย - - 95.30
    รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุด - - 6.90

ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน

ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น

2559
(ล้านบาท)
2558
(ล้านบาท)
2557
(ล้านบาท)
ต้นทุนขายที่ดิน 704.80 882.20 1,634.26
ต้นทุนขายไฟฟ้า 6,525.21 7,767.50 7,478.64
2559 2558 2557
ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท %
กำไรขั้นต้นจากการขายที่ดิน 561.51 44.32 1,332.92 60.17 1,001.66 38.00
กำไรขั้นต้นจากการขายไฟฟ้า 1,354.55 17.19 1,409.86 15.36 1,054.33 12.36

เนื่องจากที่ดินที่รับรู้รายได้ในปี 2557-2558 ส่วนใหญ่เป็นที่ดินในโครงการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก ส่วนในปี 2559 เป็นการขายของโครงการอื่น ๆ ที่มีต้นทุนค่อนข้างสูงกว่า ในส่วนต้นทุนการขายไฟฟ้า ต้นทุนในปี 2559 ใกล้เคียงกับต้นทุนของปี 2558

ค่าใช้จ่ายในการขายของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2559 และ 2558 มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจเพื่อติดต่อลูกค้า, การโฆษณาและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้กับลูกค้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร มีจำนวน 369.06 ล้านบาท , 514.83 ล้านบาท และ 419.74 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็น ร้อยละ 3.60, 4.33 และ3.78 ของยอดรายได้จากการประกอบธุรกิจ ตามลำดับ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริหารทั่วไป

ต้นทุนทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2559, 2558 และปี 2557 มีจา นวน 1,000.02 ล้านบาท, 1,074.99 ล้านบาท และ 931.90 ล้านบาท ตามลำดับ เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อใช้ในการลงทุนในบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงการลงทุนและขยายโครงการต่าง ๆ ของบริษัทและบริษัทย่อย

กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2559 จำนวน 418.30 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 913.33 ล้านบาท และลดลงจากปี 2557 ซึ่งมีจำนวน 2,197.88 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2559 มีการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินลดลง และในปี 2558-2559 ลดลงจากปี 2557 เนื่องจากในปี 2557 มีการรับรู้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทเงินลงทุนของ บริษัท ไทคอน คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) จากบริษัทร่วมมาเป็นบริษัทย่อย จำนวนเงิน 1,361.33 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น

หากพิจารณาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งในช่วงปี 2557-2559 อยู่ที่ร้อยละ 13, 3.70 และ 1.66 ตามลำดับ เนื่องจากมีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อน ทางด้านอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ถาวรตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 14.88, 9.56 และ 5.85 อันเนื่องจากกำไรสุทธิที่ลดลง

อัตราการจ่ายเงินปันผลตามงบการเงินรวมของบริษัท ในปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 2.21 ส่วนในปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 0.81

(เป็นการคำนวณจาก เงินปันผล/กำไรสุทธิ)

อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

หากพิจารณาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งในช่วงปี 2556-2558 อยู่ที่ร้อยละ 6.07,12.11 และ 2.83 ตามลำดับ เนื่องจากมีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อน แต่ในส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากการใช้สิทธิแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ ROJNA-W3 เพิ่มขึ้น ทางด้านอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ถาวรตามงบการเงินรวมของบริษัทซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 8.47, 14.11 และ 6.53 อันเนื่องจากกำไรสุทธิที่ลดลง

อัตราการจ่ายเงินปันผลตามงบการเงินรวมของบริษัท(เป็นเงินสด) ในปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 61.92 ส่วนในปี 2557 ไม่มีการจ่ายเงินปันผล เนื่องจากในปี 2557 บริษัทและบริษัทย่อยมีการขยายงานเพิ่มเติมจำนวนมาก

ฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2559, 2558 จำนวน 77,007.29 และ 76,023.28 ล้านบาท ตามลำดับ มีรายละเอียดในแต่ละรายการที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

  1. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ณ สิ้นปี 2559 , 2558 มีจำนวน 1,207.61, 1,400.97 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละต่อสินทรัพย์รวม เท่ากับ 1.57, 1.84 ตามลำดับ ซึ่งลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นของธุรกิจโรงไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นไปตามรายได้จากการขายไฟฟ้าบริษัทได้กำหนดนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับลูกหนี้ประเภทค่าบริการสาธารณูปโภค โดยการประเมินผลของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากยอดลูกหนี้แต่ละราย โดยคำนึงถึงประสบการณ์การเก็บเงินในอดีต อายุหนี้ที่คงค้างและสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนั้น เป็นต้น ลูกหนี้จะถูกตัดจำหน่ายบัญชีเมื่อทราบว่าเป็นหนี้สูญ ส่วนลูกหนี้ประเภทขายที่ดินและอาคารชุด ไม่มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนให้ลูกค้าต่อเมื่อลูกค้าชำระเงินเสร็จสิ้นครบตามสัญญา จึงไม่มีความเสี่ยงใด ๆ
  2. ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวน 7,281.75 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปี ก่อน ซึ่งมีจำนวน 7,321.97 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยได้ทำการโอนกรรมสิทธ์ิขายที่ดินให้กับลูกค้า
  3. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวน 492.47 ล้านบาท ลดลงจากเดียวกันของปี ก่อน ซึ่งมีจำนวน 1,090.98 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้
    ปี 2559 (ล้านบาท) ปี 2558 (ล้านบาท)
    ลูกหนี้กรมสรรพากร 264.84 634.37
    ภาษีซื้อรอขอคืน 40.97 39.54
    ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 80.66 232.36
    เงินล่วงหน้าค่าก่อสร้าง 11.43 22.92
    ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า 84.07 125.55
    อื่น ๆ 10.50 36.24
  4. ที่ดินรอการพัฒนา ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวน 2,020.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 1,942.93 เนื่องจากมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติม
  5. ที่ดิน อาคารและอปุกรณ์ ณ สิ้นปี 2559 มีจา นวน 22,173.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 20,092.96 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทย่อยมีการขยายโครงการทั้งโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้า เพื่ออุตสาหกรรม
  6. สินทรัพย์บางรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่เป็นของกลุ่มบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเนคชั่น จากัด (มหาชน) ประกอบด้วย
    ปี 2559 (ล้านบาท) ปี 2558 (ล้านบาท)
    เงินลงทุนในบริษัทร่วม 107.43 6,032.87
    อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน - 33,015.93
    ค่าความนิยม - 1,171.36
    สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี - 306.18
    ค่าเช่าที่ดินจ่ายล่วงหน้า - 714.98
    สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย 42,280.42 -

หนี้สิน

บริษัทและบริษัทย่อยมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น สำหรับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 และ เป็นจำนวน 51,831.97 และ 50,665.27 ล้านบาท ตามลำดับ มีรายละเอียดในแต่ละรายการที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

  1. เจ้าหนี้ซื้อสินทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้ของบริษัท โรจนะ เพาเวอร์ จา กัด เป็นเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  2. เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เป็นของบริษัท ปี 2559 มีจา นวน 6,157.72 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 7,540.82 ล้านบาท
  3. ค่างวดที่ยังไม่รับรู้รายได้ แยกตามโครงการได้ดังนี้

    สำหรับปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559

    ชื่อโครงการ มูลค่าที่ขายแล้ว เงินที่ถึงกำหนดชำระ เงินที่ชำระแล้วสะสม คงเหลือจำนวนที่ยังไม่ได้ถึงกำหนดชำระ
    ล้านบาท ล้านบาท % มูลค่าที่ขาย ล้านบาท % มูลค่าที่ขาย ล้านบาท % มูลค่าที่ขาย
    ปราจีนบุรี 238.57 94.63 39.67 94.63 39.67 143.94 60.33
    ระยอง 49.54 4.95 9.99 4.59 9.99 44.58 89.99
    ชลบุรี 196.76 37.40 19.01 37.40 19.01 159.36 80.99
    ระยอง 2 13.00 1.20 9.23 1.20 9.23 11.80 90.77

    หมายเหตุ ทุกโครงการไม่มีลูกค้าที่ค้างชำระ

  4. เงินกู้ยืมระยะยาว + หุ้นกู้ และเงินส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี - ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 มีมูลค่าเท่ากับ 18,695.04 และ 37,222.82 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับในปี 2558 ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นของไทคอน(บริษัทย่อย) เพื่อนำเงินไปใช้ในการพัฒนาโครงการในประเทศ รวมทั้งขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ
  5. หนี้สินบางรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่เป็นของกลุ่มบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเนคชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย
    ปี 2559 (ล้านบาท) ปี 2558 (ล้านบาท)
    ประมาณการหนี้สินระยะสั้น - 76.33
    เงินกู้ยืมระยะยาวกิจการที่เกี่ยวข้องกัน - 676.78
    หุ้นกู้ (ROJANA+TICON) 2,100.00 16,220.00
    หนี้สินอื่น - เงินมัดจำรับ 31.61 339.65
    รายได้ค่าเช่าที่ดินรับล่วงหน้า - 1,382.49
    หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี - 728.13
    หนี้สินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินทรัพย์
    ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย 25,347.94 -
  6. ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้
    สัญญาเช่าระยะยาว

    บริษัทและบริษัทย่อยได้ทาสัญญาเช่าสานักงานและบริการสาธารณูปโภค โดยสัญญาเช่าจะมีอายุ 3 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2561-2562

    ภาระผูกพันจากสัญญาระยะยาว
    1. สัญญาขายกระแสไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีอายุสัญญา 25 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2567
    2. สัญญาซื้อก๊าซกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สัญญามีระยะเวลา 21 ปี ซึ่งสามารถต่ออายุสัญญาออกไปได้อีก 4 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2567

สภาพคล่อง

กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 เท่ากับ 2,176.63 ล้านบาท ลดลงจาก 2,733.28 ล้านบาท ในปี 2558 สาเหตุมาจากรายการค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย, กำไรจากการขายที่ดินรอการพัฒนา, ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่ขาย, ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน, สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น, ค่างวดที่ยังไม่รับรู้รายได้ และดอกเบี้ยจ่าย

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2559 เท่ากับ (3,894.45) ล้านบาท ลดลงจาก (7,435.24) ล้านบาท ในปี 2558 เนื่องจากรายการเงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดในการใช้, เงินสดรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วม, เงินสดจ่ายซื้อเงินลงทุนในบริษัทร่วม, เงินสดรับจากการขายที่ดินรอการพัฒนา, เงินสดจ่ายซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและเงินสดจ่ายซื้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ของบริษัทย่อย

กระแสเงินสดจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมการจัดหาเงินของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 เท่ากับ 981.41 ล้านบาท ลดลงจาก 5,403.86 ล้านบาท ในปี 2558 อันเป็นผลมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินและจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน, เงินสดรับและจ่ายจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทและบริษัทย่อย, เงินสดรับจากการเพิ่มทุนหุ้นสามัญ นอกจากนี้ยังได้มีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น

หากพิจารณาอัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 และ 2558 ซึ่งเท่ากับ คือ 1.51 เท่า และ 0.76 เท่า ตามลำดับโดยอัตราส่วนสภาพคล่อง เกิดจากรายการสินทรัพย์หมุนเวียนหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน จากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาที่ดินและให้บริการเพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกค้าอย่างไรก็ดีหากบริษัทและบริษัทย่อยคาดว่ามีปัจจัยใดเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือมีแนวโน้มที่จะมี 98 ROJANA ANNUAL REPORT 2016 ROJANA ANNUAL REPORT 2016 99 ผลกระทบต่อบริษัท บริษัทจะดำเนินการหาทางป้องกันและแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวให้น้อยลงหรือหมดไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทหรือบริษัทย่อย

ส่วนของผู้ถือหุ้น

บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 25,175.32 ล้านบาท ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2559 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 25,358.00 ล้านบาท เป็นผลมาจากกาไรสุทธิประจาปีลดลงจากปีก่อน และมีการจ่ายเงินปันผล

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 อันเนื่องมาจากบริษัทมีกำไรสุทธิลดลง นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยมีการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนดทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินตรงตามเวลาและไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น

ความเหมาะสมของโครงสร้างเงินทุน

บริษัทมีแหล่งเงินทุนหลักเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ คือเงินทุนจากการดำเนินงาน และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการขายไฟฟ้า ยังมีผลการดำ เนินงานที่น่าพอใจและให้ผลตอบแทนที่ดี

นอกจากนี้ในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทมีการกู้ยืมโดยการออกหุ้นกู้ อายุ 3 ปี และ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่า ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนที่สำ คัญอีกแหล่งหนึ่ง

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

บริษัทมีแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งประกอบด้วยการขยายการลงทุนในธุรกิจด้านพัฒนาเขต/สวนอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 แห่ง ประกอบกับกำลังพิจารณาหาทำเลที่ดี สำหรับขยายธุรกิจในต่างประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในภูมิภาคนี้รัฐบาลกำลังพิจาณาร่าง พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ มีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อรองรับการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้